5 การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20

5 การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20

ในฤดูกาล 2019-20 เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลที่มีสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกมากมาย โดยเฉพาะการพักการแข่งขันอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ทำให้การแข่งขันไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จนกว่าสถานการณ์จะทุเลาลง โดยประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษอย่างคร่าวๆ น่าจะเป็นราวๆ สิ้นเดือนเมษายน

และในบทความนี้ufabet168จะมากล่าวถึงนักเตะที่ มีฟอร์มการเล่นที่ช่วยอัพเกรดทีมให้ดีขึ้นได้อีกด้วย แฟนบอลบางคนถึงขั้นบอกว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นกลายเป็นตัวความหวังของทีมไปแล้วและนี่ก็คือ 5 การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

Dean Henderson (ดีน เฮนเดอร์สัน)

https://www.ireallylikefootball.com/wp-content/uploads/2020/03/2-httpsstatics.sportskeeda.com_.jpg

ฤดูกาล 2018-19 เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของ ดีน เฮนเดอร์สัน ไปตลอดกาล เนื่องจากผู้รักษาประตูรายนี้ได้ตัดสินใจออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปยัง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วยการยืมตัว และเขาก็ช่วยให้ทีมดาบคู่ขึ้นมาอยู่บนพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ทำให้เขาได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งของสโมสรดาบคู่ไปครอง พร้อมกับถุงมือทองคำของลีกแชมเปี้ยนส์ชิพมาได้อีกด้วยหลังจากจบฤดูกาลนั้น แม้ว่านายทวารชุด U21 ของทีมชาติอังกฤษรายนี้จะเพิ่งต่อสัญญากับทีมปีศาจแดงไปเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่เขาก็ยังคงตัดสินใจที่จะลงเล่นในถิ่น Bramell Lane (บรามอล เลน) ต่อในฤดูกาลนี้

ซึ่งการเซ็นสัญญายืมตัวในรอบ 2 นี้ ถือว่าเป็นเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากฟอร์มการเล่นของ เฮนเดอร์สัน ในทัวร์นาเม้นต์ยูโร U-21 ยังคงเป็นข้อกังขาว่าเขาดีพอที่จะเล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้หรือไหม และในฤดูกาลนี้เขาก็ได้คลายสงสัยให้ผู้ที่กังขาในตัวเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการโชว์ฟอร์มสุดมหัศจรรย์กับทีมดาบคู่ และแน่นอน เขาคือหนึ่งในขุมกำลังเกมรับขั้นเทพของ คริส ไวล์เดอร์ ที่ตอนนี้บอกได้เต็มปากว่าพวกเขาคือทีมที่มีเกมรับดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก

การที่ดาบคู่เสียประตูไปแค่ 22 ลูก เฮนเดอร์สัน มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้เกิดสถิตินี้ เพราะว่าเขาเก็บคลีนชีตได้ถึง 10 เกม เซฟลูกยิงไปแล้วกว่า 70 ครั้ง ด้วยวัยเพียง 23 ปี ถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่ดีมาก ดีลนี้เป็นหนึ่งในดีลยืมตัวที่ดีที่สุดในฤดูกาล 2019-20

Bruno Fernandes (บรูโน่ เฟอร์นันเดส)

https://www.ireallylikefootball.com/wp-content/uploads/2020/03/3-httpsstatics.sportskeeda.com_.jpg

บรูโน่ เฟอร์นันเดส มีส่วนร่วมในการทำประตูถึง 7 ลูก จาก 9 เกมที่เล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก็คือ 3 ประตู กับ 4 แอสซิสนั่นเอง และการที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้วางบทบาทให้เขาเล่นเป็นตัวทะลวงแผงหลังในแนวลึก หรือ เพลเมคเกอร์ ทำให้ทีมมีผลงานในเกมรุกที่ดีกว่าในช่วงต้นฤดูกาลอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการสร้างสรรค์เกมของดาวเตะชาวโปรตุกีสรายนี้ ได้ช่วยเพื่อร่วมทีมให้ทำเกมรุกได้ดีขึ้นอีกด้วย

แม้ว่า บรูโน่ เฟอร์นันเดส จะดูเหมือนเป็นนักเตะที่ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมเล่นได้ดีขึ้นมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกมที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 1-1 ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับแฟนบอลชาวผีแดง ใช่แล้ว หลังจากจบเกม เพลเมคเกอร์รายนี้ก็ดูเหมือนจะแสดงอารมณ์โกรธออกมาเช่นกัน ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

Mateo Kovacic (มาเตโอ โควาซิช)

https://www.ireallylikefootball.com/wp-content/uploads/2020/03/4-httpsstatics.sportskeeda.com_.jpg

สิงห์บลูคือทีมเดียวที่ไม่ได้เซ็นสัญญานักเตะแม้แต่คนเดียวในช่วงตลาดฤดูร้อน นั่นก็เพราะเชลซีโดนทาง ฟีฟ่า แบนไม่ให้มีการซื้อขายนั่นเอง แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ดีลยืมตัวมาได้หนึ่งคน และคนคนนั้นก็คือ มาเตโอ โควาซิช กองกลางที่ถูกยืมมาเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อฤดูกาล 2018-19 ก่อนที่จะย้ายจาก รีล มาดริด แบบถาวรด้วยราคา 40 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นราคาซื้อขาดในดีลยืมตัวนั่นเอง 

โควาซิช กลายเป็นนักเตะตัวหลักของทีมที่ได้ลงเป็น 11 ตัวจริงมากขึ้น และผลงานในตอนนี้ของเขาคือ 2 ประตู กับ 3 แอสซิส และยิ่งไปกว่า เขาตอบสนองระบบของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้อย่างยอดเยี่ยม และด้วยระบบการเล่นนี้ทำให้ดาวเตะชาวโครเอเชียโชว์ทักษะการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ในตอนนี้เรียกได้ว่า ไม่มีนักเตะ เชลซี คนไหนที่มีความสามารถในการครองบอล และเป็นตัวเริ่มเกมบุกได้ดีเท่าเขาอีกแล้วตอนนี้เขากลายเป็นเสาหลักของทีมเชลซีได้อย่างไร้ข้อกังขา และถ้าหากคุณมองไปที่ค่าตัวของเขาตอนเซ็นสัญญาแบบถาวร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือหนึ่งในดีลที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้

Aaron Wan-Bissaka (อารอน วาน-บิสซาก้า)

https://www.ireallylikefootball.com/wp-content/uploads/2020/03/6-httpsstatics.sportskeeda.com_.jpg

ตอนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินถึง 50 ล้านปอนด์ ในการซื้อแบ็คขวาอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า จาก คริสตัล พาเลซ เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งทาง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เชื่อมั่นตัวเขา ได้กระทำการวางตัวให้เขาเป็นกองหลังตัวหลักของทีม และผลที่ออกมาก็คือ ฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา อาจจะคงเส้นคงวาที่สุดในทีมฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ หากดูจากสถิติส่วนตัวต่างๆ อย่างเช่น การแย่งบอล, การดักบอล, การบล๊อคลูกยิง ไม่ว่าจะเป็นอันไหนเขาก็มีตัวเลขมากกว่าเพื่อนร่วมทีมทั้งสิ้น หากคุณกำลังตั้งคำถามว่า เขามีความสามารถในการสร้างเล่นเกมรุกหรือไม่ คำตอบก็คือ ตอนนี้เขาแอสซิสไป 2 ครั้งแล้ว และถ้าคุณได้ดูเกมล่าสุดที่เขาเล่น เรียกได้ว่าบุกไม่เกรงใจรองจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เลย 

Raul Jimenez (ราอูล ฆิเมเนซ)

บรูโน่ เฟอร์นันเดส

วูล์ฟแฮมป์ตัน ถือว่าเป็นทีมที่มีการซื้อนักเตะมาอย่างล้นหลามในช่วงตลาดซื้อขายฤดูร้อน โดยในตอนนั้นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าที่ถูกซื้อเข้ามาได้แก่ แพทริค คูโตรเน่ และ เปโดร เนโต้ แต่ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จในเวทีพรีเมียร์ลีกเลยสักคน แต่คนที่ก้าวขึ้นมาเฉิดฉายกลับเป็น ราอูล ฆิเมเนซ คนดีคนเดิมที่ถูกยืมตัวมาเมื่อตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว 17 ลูกในฤดูกาล 2018-19 ถือว่าไม่เลวสำหรับนักเตะที่เพิ่งย้ายมาใหม่ และนั่นก็ทำให้เขาได้รางวัลนักเตะแห่งปีของสโมสรไปครอง ต้องขอบคุณ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ที่กล้าทุบสถิติสโมสรด้วยการเซ็นสัญญาถาวรในราคา 30 ล้านปอนด์ จาก เบนฟีก้า ซึ่งในตอนนี้ ฆิเมเนซ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า เขาไม่ได้โชว์ฟอร์มเทพได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น เพราะในฤดูกาลปัจจุบัน เขาทำประตูไปแล้วถึง 22 ลูก จาก 44 เกมในทุกราย